Member

Register | Forgot Password
Login     Reset   

Category

วิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับคนไทยมากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหา -เกิดอเมริกา โตญี่ปุ่น ตายเมืองไทย-

วันนี้ผมมาบรรยายหลักสูตร การสร้างจิตสำนึกคุณภาพ (Quality Awareness) มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมอธิบายถึงสาเหตุแห่งการไม่เกิดจิตสำนึก และวิธีการปฏิบัติงานที่น่าจะเหมาะสมที่สุด คิดมาคิดไป ก็เลยอยากจะมาแลกเปลี่ยนแนวคิดกันดังนี้ครับ
“เกิดอเมริกา โตญี่ปุ่น ตายเมืองไทย” หลายท่านคงเคยได้ยินคำพูดนี้ แล้วก็หัวเราะ แล้วคิดต่อในใจว่า “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่ตอบอย่างนั้น
มีผู้บริหารคนหนึ่งท่านมารับฟังผมบรรยาย การบำรุงรักษาเครื่องจักรเชิงป้องกัน พูดไว้น่าสนใจครับว่า
“บริษัทของผมจ้างที่ปรึกษา มาทำ TPM สิบกว่าปีแล้ว ไม่บรรลุผลสำเร็จสักที ทำไปๆ พอขึ้นสู่ขั้นตอนที่สี่ อีกหกเดือนต่อมา ตรวจดูอีกที กลับมาอยู่ที่ขั้นตอนที่ 1 อีกแล้ว”
จากการที่ได้แลกเปลี่ยนแนวคิด และประสบการณ์กัน ระหว่างพักการบรรยาย ก็เลยสรุปต้นตอ อันเป็นที่มาของปัญหาความล้มเหลวของการนำระบบต่างๆจากประเทศมาใช้ในประเทศไทยมีสาเหตุหนึ่งมาจาก “การที่เรานิยมลอกแบบเขาแล้วนำมาปฏิบัติ (ประเภทที่ว่า เอามาทั้งดุ้นเลย) โดยไม่รู้จักวิธีการประยุกต์ให้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะและนิสัยที่แท้จริงของคนไทย”

ลักษณะโดยทั่วไปของมนุษย์
• คนเรานั้นจะทำอะไรสองอย่างพร้อมกัน และหวังว่าจะได้ผลได้ดีเท่ากันทั้งสองอย่างนั้นยาก
• เมื่อเวลาผ่านไป ความตั้งใจก็มักจะลดลงตามไปด้วย
• คนเรามักจะมีความเผลอเรอเป็นทุนเดิม ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด (ทั้งๆที่ไม่อยากได้เลย)
• ความมุ่งมั่น ตั้งใจ จะแปรผันไปตามสภาพแวดล้อมในการ ในการทำงาน เช่น ความหิว เหนื่อย เมื่อย ล้า ปัญหาส่วนตัว ปัญหางานต่างๆ เป็นต้น
• มักชอบใช้ความรู้สึก รางสังหรณ์มากกว่าไปดูของจริง
• ชอบทำงานแบบรวบรัด เพื่อทำให้เสร็จเร็วๆ จึงทำให้ขาดความละเอียดรอบคอบ
• มักขาดสติ และสมาธิ
• เมื่อมีสิ่งรบกวนใดๆ เข้าแล้วละก็ จะขาดสมาธิทันที
• ชอบทำตามอารมณ์ เช่น วันไหนอารมณ์ดี ก็จะทำงานได้ดี แต่ถ้าวันไหนอารมณ์เสียแล้วละก็ จะทำงานเพียงเพื่อให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น

 
ลักษณะโดยทั่วไปของมนุษย์
• คนไทย ชอบสนุกสนาน การเฮฮา สังสรรค์
• คนไทย มักจะไม่เครียดกับชีวิต ซึ่งบางทีอาจทำให้ขาดความมุ่งมั่นในการทำงาน
• คนไทย มีความสัมพันธ์ เป็นลำดับชั้น ตามลำดับความอาวุโส
• คนไทย ยกย่อง คนมีความรู้ ความสามารถ หรือผู้รู้จริง
• คนไทย นิยมคนใจนักเลง ประเภทกล้าได้ กล้าเสีย และกล้ารับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้ง
• คนไทย มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ยึดติดอะไรตายตัว
• คนไทย ไม่ชอบผูกพันระยะยาว ชอบทำงานเฉพาะกิจ และมีผลต่อการทำงานเป็นทีม
• คนไทย ส่วนใหญ่มีความคิดเป็นของตนเอง (แต่ละคน ก็คิดกันคนละอย่าง) ดังคำพูดที่ว่า
ทำอะไรตามใจ คือไทยแท้ ทำให้ขาดระเบียบวินัย คนไทย เข้าใจกฏระเบียบ มารยาท และกติกา ของสังคมเป็นอย่างดีแต่มักชอบละเมิด
• เมื่อมีการทำผิด ก็มักจะให้อภัย และไม่เน้นการลงโทษอย่างรุนแรง

หลังจากที่ลักษณะของคนทั่วไป และลักษะเด่นของคนไทย ไปแล้ว ผมก็ขอเสนอ
แนวทางในการปฏิบัติงาน ที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับคนไทยมากที่สุด ดังนี้ครับ
1. ไม่ควรสั่งงานลูกน้องหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน
2. กระตุ้นลูกน้องอยู่เป็นระยะ และต่อเนื่อง
3. จัดการควบคุมด้วยสายตา (Visual Control) เช่น ป้าย หรือสัญลักษณ์ ต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องกระตุ้นให้พนักงานได้เกิดสติ และช่วยเพิ่มระมัดระวัง
4. จัดกิจกรรม หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ เพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาด เผลอเรอ (Fool Proof) หรือ Poka Yoke เป็นต้น
5. ควรบริหารงานโดยใช้ความจริง (Management by Fact) และเหตุผล (Cause and Effect)
6. ควรกำหนดขั้นตอนการทำงานเป็นลำดับชัดเจน และนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
7. กำหนดบทลงโทษ สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อเป็นการป้องปรามผู้ที่จะทำผิด หรือไม่รักษากฏกติกา ข้อบังคับ
8. ควรแนะนำให้พนักงานใช้สติในการทำงาน เช่น การส่งเสริมให้ทำสมาธิก่อนเริ่มงานอย่างน้อย 1 นาที หรือจัดกิจกรรมเข้าวัด เพื่อปฏิบัติธรรม ก็ดีไม่น้อยครับ
9. ควรกำหนดมาตรฐานด้านผลลัพธ์ในการปฏิบัติงานทั้งคุณภาพ (Quality) และ ปริมาณ (Quantity) ระยะเวลา (Time Line) เพื่อให้พนักงานได้มีเป้าหมายในการทำงานในแต่ละวันอย่างชัดเจน
10. ควรจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อให้พนักงานได้รู้สึกผ่อนคลายจากบรรยากาศที่เครียดๆ ในการทำงาน เช่น การจัดนำเที่ยว จัดกีฬาสี จัดเลี้ยงประจำปี ประจำเดือน ซึ่งสิ่งที่ได้นอกจากความสนุกสนาน และการผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้พนักงานได้รู้จักกันอีกด้วย เป็นการสร้างความสามัคคีในองค์การอีกทางหนึ่งครับ
11. ติดตามการทำงานของพนักงานอย่างเหมาะสม ไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป
12. ควรจัดกิจกรรมที่ใช้ไม่นาน เช่น การประเมินผลกิจกรรมต่างๆ จากปีละครั้ง หรือปีละสองครั้ง ก็ควรเปลี่ยนเป็น ปีละสี่ หรือหกครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ผูกพันธ์ระยะยาวนั่นเอง
13. หัวหน้าควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในด้านการทำงาน เช่น มีความรู้สูงกว่าลูกน้อง และในด้านพฤติกรรม ความประพฤติ และการวางตัวต่างๆ ต้องเหมาะสม เพื่อให้ลูกน้องใช้เป็นแบบอย่าง
14. ควรจัดช่องทางให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น ทั้งที่เป็นทางการ เช่น จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น โดยให้พนักงานเข้ามีส่วนร่วม และไม่เป็นทางการ เช่น กล่องรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น เพื่อรับฟังความคิด ความรู้สึกของพนักงาน ในด้านต่างๆ
15. ทำให้ที่ทำงานเหมือนบ้านหลังที่สอง โดยทำทุกอย่างด้วยความรัก ความจริงใจ ให้เกรียรติ เคารพในสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ และที่สำคัญมองว่าพนักงานทุกในองค์กรทุกคนทุกตำแหน่ง ทุกแผนก มีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด เพราะทุกคนคือ ผู้ที่คอยช่วยกันผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จครับ

จากทฤษฎี และแนวคิดของผม ไม่รู้ว่าโดนใจใครบ้างหรือเปล่าครับ ยังไง ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันดู ตามความเหมาะสมนะครับ สำหรับผมรับรองว่าหากใครลองนำไปใช้รับรองได้เลยว่า ได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์ครับ

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : บทความโดย อ.ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์ (21 ตุลาคม 2553)