Member

Register | Forgot Password
Login     Reset   

Category

วิธีเอาชนะความเครียดในที่ทำงาน

• ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• ตะโกนให้ดัง เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่งเผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

• ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น 

• วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้

• ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที 

• ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด

• อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว

• ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน

• ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทร

ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า Work Smarter, Not Harder เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

ขอขอบตุณ
แหล่งที่มา : GMLIVE