Member

Register | Forgot Password
Login     Reset   

Category

จิตห้าลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในศตวรรษที่ 21

ผมได้มีโอกาสอ่านบทความของของเฮาเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) เจ้าของทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Multiple Intelligence ที่เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยการ์ดเนอร์มีความเชื่อว่าทักษะในการเรียนรู้พื้นฐานของมนุษย์เราไม่ควรจำกัดอยู่ในเรื่องของภาษาและการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข แต่เป็นการบูรณาการทักษะในเรื่องอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดนตรี การเคลื่อนไหวทางกายภาพ การมีมนุษย์สัมพันธ์กับคนอื่น ซึ่งรวมแล้วจะมีประมาณ 8 มิติ ซึ่งบทความที่ผมอ่านในครั้งนี้ การ์ดเนอร์ในฐานะหนึ่งในกลุ่มภาคีเพื่อการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำเสนอจิตห้าลักษณะสำหรับอนาคตสำหรับการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21 ผ่านการบูรณาการจิตที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และจิตที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ผ่านจิตห้าลักษณะ ซึ่งน่าจะสามารถประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้


1. จิตชำนาญการ (Disciplined Mind) เป็นเรื่องของการที่ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญ ชำนาญเฉพาะเรื่องซึ่งการ์ดเนอร์มีความเชื่อว่าการที่คนเราจะชำนาญในสิ่งหนึ่งจะต้องใช้เวลาคุ้นเคยกับสิ่งนั้นอย่างน้อย 10 ปี ไม่แตกต่างจากการทำธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ผมมักจะได้ยินมาโดยตลอดว่าเจ้าของเป็นคนที่เรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจ มีทั้งผ่านช่วงเวลาที่วิกฤต และช่วงเวลาที่สำเร็จ ระยะเวลาของการบากบั่นในการทำธุรกิจอย่างโชกโชนนี้แหละคือจิตชำนาญการที่มีอยู่ในตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการในการเรียนรู้จากประสบการณ์ อีกทั้งพร้อมที่จะปรับปรุงสิ่งที่เล่าเรียนมาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


2. จิตสังเคราะห์ (Synthesizing Mind) เป็นทักษะในการสังเคราะห์สิ่งใหม่อันเกิดจากความ เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องที่มีจากจิตเชี่ยวชาญ เพราะการ์ดเนอร์เชื่อว่าเมื่อคนเราเรียนรู้จนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ อย่างรู้ลึก รู้จริง ผู้เรียนก็จะสามารถทำการสังเคราะห์เพื่อสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะสามารถอยู่รอดในการทำธุรกิจ ในยุคปัจจุบันได้จะต้องเรียนรู้ในการประยุกต์บริบทของการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป เอาง่าย ๆ ในเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนไป เช่น ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรอาเซียนนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีความเข้มงวดในเรื่องฮาลาล ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจำเป็นต้องสังเคราะห์วิธีในการทำธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักของอิสลามพิธีใน เรื่องฮาลาลให้เข้ากับการแนวคิดการทำธุรกิจเดิม เป็นต้น


3. จิตสร้างสรรค์ (Creating Mind) เป็นจิตสูงสุดในระดับการเรียนรู้ผ่านการนำเสนอความคิดใหม่ จากการตั้งข้อสังเกตที่แตกต่างไปจากเดิม กลายเป็นทางเลือกหรือวิธีคิดที่ใหม่ ซึ่งนำไปสู่คำตอบที่คาดไม่ถึง พูดง่าย ๆ ในมุมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคือ การคิดอย่างมีนวัตกรรม เพราะการสร้างความแตกต่าง (Differentiation) คือกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแนวสร้างสรรค์ที่หลีกเลี่ยงการค้าการขายด้วยการตัดราคาที่มีแต่เจ็บตัวกันทั่วหน้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในเรื่องของบลูโอเชี่ยน (Blue Ocean) ที่โด่งดังมากเมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมา การคิดอย่างสร้างสรรค์เป็นจิตทักษะที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงกันหมด ผลิตภัณฑ์สามารถเลียนแบบกันได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการคนไหนที่มีจิตสร้างสรรค์ คิดก่อน ทำก่อน ย่อมได้เปรียบกว่าในบริบทของการแข่งขัน


4. จิตเคารพ (Respectful Mind) นอกเหนือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากการเรียนรู้ผ่านสามจิตข้างต้น จิตที่สัมพันธ์กับความเป็น มนุษย์ก็มีความสำคัญเพราะคนที่เป็นเถ้าแก่ต้องรู้จักการเข้าหาลูกค้าผ่านจิตที่สัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ ในการรู้จักเข้าลูกค้า การเคารพและยอมรับในความแตกต่างของลูกค้าจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจที่ดีขึ้น กล้าที่จะยอมรับความจริงว่าผลิตภัณฑ์บางตัวที่ออกไปแล้วไม่โดนและเรียนรู้ที่จะปรับปรุงเพราะการทำธุรกิจยุคปัจจุบันไม่ใช่เป็นการทำธุรกิจในลักษณะ Mass คือผลิตอะไรออกมาก็มีคนซื้อแต่เป็นยุคของการทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ยิ่งเคารพ รับ ฟังความคิดที่แตกต่างมากเท่าไร ผู้ประกอบการก็จะสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นเท่านั้น

5. จิตจริยธรรม (Ethical Mind) เป็นจิตของความเป็นมนุษย์ขั้นสูงสุดที่เน้นในเรื่องของความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในองค์รวม เป็นเรื่องธรรมาภิบาลของ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นเรื่องที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทำธุรกิจโดยเพิกเฉยในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมจะไม่สามารถทำธุรกิจได้อย่างมั่นคง ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้รับและผู้ให้ในเวลาเดียวกัน

 


ที่มา: จิตห้าลักษณะสำหรับอนาคต ของเฮาเวิร์ด การ์ดเนอร์, 2553
โดย คุณวราธัช ตันติวรวงศ์ บ.ภ. ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าผู้ประกอบการ